<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>หารายได้เสริม - TsupamaN.com</title>
	<atom:link href="https://www.tsupaman.com/tag/%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.tsupaman.com/tag/หารายได้เสริม</link>
	<description>ทำเว็บไซต์ด้วย Wordpress</description>
	<lastBuildDate>Sun, 05 Jun 2016 06:33:22 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.1</generator>
	<item>
		<title>4 สิ่งที่ต้องจัดการซะ ก่อนลาออกมาสร้างธุรกิจของตัวเอง</title>
		<link>https://www.tsupaman.com/2015/07/4-steps-before-into-entrepreneurship</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[TsupamaN]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jul 2015 01:30:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[IM/SEO]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจส่วนตัว]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[หารายได้เสริม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.tsupaman.com/?p=1710</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณไม่ใช่คนเดียวแน่นอนที่กำลังคิดเปลี่ยนงานหรือสร้างธุรกิจใหม่และทิ้งบริษัทเก่าไว้เบื้องหลัง แต่สิ่งที่สกัดกั้นระหว่างคนที่คิดจะทำกับคนที่ทำได้สำเร็จคือบิลค่าน้ำค่าไฟ บิลค่าห้อง ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆ มากมาย แต่หากคุณมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะทำแล้ว เรามี checklist 4 ข้อที่คุณต้องเช็คก่อนที่จะโดดออกมาเป็นนายตัวเองกัน 1. ตัดสินใจว่าอะไรเป็นแรงผลักดันให้กับชีวิตของคุณ งานหรือธุรกิจไหนที่คุณต้องการทำจริงๆ หากคุณมีเป้าหมายชีวิตชัดเจนแล้วสิ่งที่คุณต้องทำต่อไปคือกำหนดว่าเวลาไหนคุณจะสำเร็จอะไร เน้นเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม วัดผลได้ อย่าปล่อยให้ความทะเยอทะยานเหล่านั้นลอยอยู่ในอากาศ เขียนมันออกมาให้เป็นรูปธรรมซะ แล้วสมองของคุณจะสั่งให้ร่างกายทำงานวันต่อวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. อย่าแค่คิดถึงมัน ลงมือทำมันซะ การกระทำจะส่งผลให้เกิดความสำเร็จ เรื่องง่ายๆ แต่น้อยคนที่จะทำได้จริงๆ เพราะมีความกลัวที่จะต้องสูญเสียสิ่งต่างๆ เป็นกำแพงขวางกั้นคุณไว้ ทางที่ดีที่สุดคือต้องประเมินความเสี่ยงสำหรับก้าวแรกของคุณอย่างชัดเจนและคิดเสียว่าหากคุณเสียเงิน เวลา หรือความพยายามครั้งนี้ไป มันจะกระทบกับชีวิตคุณมากหรือไม่ หากไม่ก็เดินหน้าทำก่อนที่ไฟจะมอดดีกว่า การอาศัยอยู่ใน comfort zone และไม่ทำอะไรนอกจากบ่นด่าชีวิตปัจจุบันนั้นไม่มีประโยชน์อะไร แต่ขั้นแรกก่อนที่คุณจะทำตามฝันคุณควรเริ่มจากการสร้างอะไรที่เล็กๆ ก่อนเพื่อการันตีว่าเมื่อคุณทำสิ่งใหญ่ๆ คุณจะมีประสบการณ์มากพอ 3. สร้างขอบเขตของความชอบกับงานที่ชัดเจน อย่าให้สองสิ่งนี้ทับซ้อนกัน หากคุณนำเวลางานมาทำเรื่องส่วนตัวอาจส่งผลให้บอสของคุณไม่พอใจและความก้าวหน้าทางการงานของคุณอาจจะเชื่องช้าลง ในกรณีที่คุณสร้างธุรกิจไม่สำเร็จคุณอาจไม่มีทางหนีกลับมาได้ 4. วางแผนการลงมาทำเต็มตัว เมื่อคุณสร้างธุรกิจของตัวเอง ต้องมีช่วงเวลาหนึ่งที่คุณต้องตัดสินใจลาออกและมาทำธุรกิจของคุณเต็มตัว ต้องมั่นใจว่าคุณมีแผนที่ดีโดยเฉพาะแผนการเงินเพราะต่อไปคุณจะต้องจ่ายเงินให้กับธุรกิจและยังต้องหาเลี้ยงครอบครัวและตนเองเพิ่มเติมอีก สิ่งที่จะบอกคือการลงมาทำเต็มตัวนั้นอย่าใช้อารมณ์ตัดสินแต่ให้ใช้เหตุผลมีมาจากความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมและมองเห็นอนาคตที่จะอยู่รอดกับธุรกิจของตนเองต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม ต้องกำหนดเวลาตัวเองให้สร้างธุรกิจให้สมบูรณ์ด้วยไม่เช่นนั้นคุณก็อาจไม่มีวันออกมาทำเต็มตัวเสียที ที่มา Source</p>
<p>The post <a href="https://www.tsupaman.com/2015/07/4-steps-before-into-entrepreneurship">4 สิ่งที่ต้องจัดการซะ ก่อนลาออกมาสร้างธุรกิจของตัวเอง</a> appeared first on <a href="https://www.tsupaman.com">TsupamaN.com</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>คุณไม่ใช่คนเดียวแน่นอนที่กำลังคิดเปลี่ยนงานหรือ<strong>สร้างธุรกิจ</strong>ใหม่และทิ้งบริษัทเก่าไว้เบื้องหลัง แต่สิ่งที่สกัดกั้นระหว่างคนที่คิดจะทำกับคนที่ทำได้สำเร็จคือบิลค่าน้ำค่าไฟ บิลค่าห้อง ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆ มากมาย แต่หากคุณมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะทำแล้ว เรามี checklist 4 ข้อที่คุณต้องเช็คก่อนที่จะโดดออกมาเป็นนายตัวเองกัน</p>
<p><a href="https://www.tsupaman.com/wp-content/uploads/2015/07/for-business.jpg" data-rel="lightbox-gallery-f9CVy17B" data-rl_title="" data-rl_caption="" title=""><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1711" src="https://www.tsupaman.com/wp-content/uploads/2015/07/for-business.jpg" alt="for-business" width="700" height="393" srcset="https://www.tsupaman.com/wp-content/uploads/2015/07/for-business.jpg 700w, https://www.tsupaman.com/wp-content/uploads/2015/07/for-business-300x168.jpg 300w" sizes="(max-width: 700px) 100vw, 700px" /></a></p>
<h3>1. ตัดสินใจว่าอะไรเป็นแรงผลักดันให้กับชีวิตของคุณ</h3>
<p>งานหรือธุรกิจไหนที่คุณต้องการทำจริงๆ หากคุณมีเป้าหมายชีวิตชัดเจนแล้วสิ่งที่คุณต้องทำต่อไปคือกำหนดว่าเวลาไหนคุณจะสำเร็จอะไร เน้นเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม วัดผลได้ อย่าปล่อยให้ความทะเยอทะยานเหล่านั้นลอยอยู่ในอากาศ เขียนมันออกมาให้เป็นรูปธรรมซะ แล้วสมองของคุณจะสั่งให้ร่างกายทำงานวันต่อวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<h3>2. อย่าแค่คิดถึงมัน ลงมือทำมันซะ</h3>
<p>การกระทำจะส่งผลให้เกิดความสำเร็จ เรื่องง่ายๆ แต่น้อยคนที่จะทำได้จริงๆ เพราะมีความกลัวที่จะต้องสูญเสียสิ่งต่างๆ เป็นกำแพงขวางกั้นคุณไว้ ทางที่ดีที่สุดคือต้องประเมินความเสี่ยงสำหรับก้าวแรกของคุณอย่างชัดเจนและคิดเสียว่าหากคุณเสียเงิน เวลา หรือความพยายามครั้งนี้ไป มันจะกระทบกับชีวิตคุณมากหรือไม่ หากไม่ก็เดินหน้าทำก่อนที่ไฟจะมอดดีกว่า</p>
<p>การอาศัยอยู่ใน comfort zone และไม่ทำอะไรนอกจากบ่นด่าชีวิตปัจจุบันนั้นไม่มีประโยชน์อะไร แต่ขั้นแรกก่อนที่คุณจะทำตามฝันคุณควรเริ่มจากการสร้างอะไรที่เล็กๆ ก่อนเพื่อการันตีว่าเมื่อคุณทำสิ่งใหญ่ๆ คุณจะมีประสบการณ์มากพอ</p>
<h3>3. สร้างขอบเขตของความชอบกับงานที่ชัดเจน</h3>
<p>อย่าให้สองสิ่งนี้ทับซ้อนกัน หากคุณนำเวลางานมาทำเรื่องส่วนตัวอาจส่งผลให้บอสของคุณไม่พอใจและความก้าวหน้าทางการงานของคุณอาจจะเชื่องช้าลง ในกรณีที่คุณสร้างธุรกิจไม่สำเร็จคุณอาจไม่มีทางหนีกลับมาได้</p>
<h3>4. วางแผนการลงมาทำเต็มตัว</h3>
<p>เมื่อคุณสร้างธุรกิจของตัวเอง ต้องมีช่วงเวลาหนึ่งที่คุณต้องตัดสินใจลาออกและมาทำธุรกิจของคุณเต็มตัว ต้องมั่นใจว่าคุณมีแผนที่ดีโดยเฉพาะแผนการเงินเพราะต่อไปคุณจะต้องจ่ายเงินให้กับธุรกิจและยังต้องหาเลี้ยงครอบครัวและตนเองเพิ่มเติมอีก</p>
<p>สิ่งที่จะบอกคือการลงมาทำเต็มตัวนั้นอย่าใช้อารมณ์ตัดสินแต่ให้ใช้เหตุผลมีมาจากความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมและมองเห็นอนาคตที่จะอยู่รอดกับธุรกิจของตนเองต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม ต้องกำหนดเวลาตัวเองให้สร้างธุรกิจให้สมบูรณ์ด้วยไม่เช่นนั้นคุณก็อาจไม่มีวันออกมาทำเต็มตัวเสียที</p>
<p><strong>ที่มา <a href="http://www.marketingoops.com/exclusive/how-to/4-things-to-consider-before-build-your-own-business/?doing_wp_cron=1437644760.6361820697784423828125">Source</a> </strong></p>
<p>The post <a href="https://www.tsupaman.com/2015/07/4-steps-before-into-entrepreneurship">4 สิ่งที่ต้องจัดการซะ ก่อนลาออกมาสร้างธุรกิจของตัวเอง</a> appeared first on <a href="https://www.tsupaman.com">TsupamaN.com</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>7 แนวคิด การเลือกสินค้ามาขายบน ‎Facebook‬ และ ‪Internet‬</title>
		<link>https://www.tsupaman.com/2015/06/7-idea-sale-on-facebook</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[TsupamaN]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2015 06:52:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Facebook]]></category>
		<category><![CDATA[IM/SEO]]></category>
		<category><![CDATA[ขายของออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ขายอะไรดี]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้เสริม]]></category>
		<category><![CDATA[หารายได้เสริม]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกสินค้ามาขายบน ‎Facebook‬]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.tsupaman.com/?p=1609</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับนักขายมือใหม่ ที่ยังไม่มีสินค้า หรือยังไม่รู้ว่าจะขายสินค้าอะไรดีใน Facebook และ Internet วันนี้ผมมีบทความดีๆ จากคุณ Theerapong Panya มาแนะแนวคิดในการเลือกสินค้าน่าขายให้เป็นหลักพิจารณาก่อน หากเลือกสินค้าถูก และเครื่องมือช่วยทาง‎การตลาด‬ดีๆ แล้วล่ะก็ รายได้จะไปไหน แต่ก่อนอื่น ก่อนจะไปที่เรื่องสินค้า เรามาเลือกและสำรวจเส้นทางการขายให้ตัวเองก่อนดีกว่าไหมว่า วันนี้เราจะขายแบบ ได้เงินน้อยต่อชิ้นแต่ขายได้เรื่อยๆ หรือ ได้เงินเยอะมากแต่อาจขายได้นานๆ ที ทั้ง 2 เส้นทางนี้มีวิธีคิดที่ต่างกันครับ บางคนอาจไม่อยากเหนื่อยจุกจิก ชอบแบบตบทีเดียวดังโป๊ะไปเลย แต่บางคนว่างจัด ชอบตบแป่ะๆๆๆๆๆๆ ทั้งวัน ถึงไม่แรงแต่ก็ฟินดี&#8230;   คิดว่าตัวเองชอบแบบไหน ตัดสินใจเลือกได้เลยครับ ไม่ห้าม และไม่มีคำว่าผิด มันอยู่ที่วิธีคิดของคุณครับ &#8220;ถามว่าจำเป็นต้องเลือกไหม ส่วนตัวผมคิดว่ามีความจำเป็นทีเดียว โดยเฉพาะคนที่ทำงานประจำอยู่ นั่นเพราะความพร้อมและความถนัดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจคร่ำหวอดในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ขายของใหญ่มาโดยตลอด ถ้าวันนึงจะทำอาชีพเสริมด้วยการขายครีมแต้มสิวที่กำไรเพียงหกสิบเจ็ดสิบบาท ต่อหลอด&#8230;ผมมองว่ามันไม่สอดคล้องกับจริตและพฤติกรรม เพราะคุณอาจต้องตอบคำถามยุบยิบๆๆ ทั้งวันเพื่อกำไรเพียงไม่กี่บาท แล้วถ้ามันจุกจิกมากจนส่งผลกระทบต่องานหลักล่ะ? ลองพิจารณาดูสิครับ&#8230;ว่าคุ้มไหม? ถ้าต้องเอาเวลาว่างมาทำงานเสริม ก็ควรเป็นสิ่งที่มันสอดคล้องและมีมูลค่าเทียบเคียงงานหลักครับ จำไว้นะครับว่ายิ่งงานหลักของคุณมีมูลค่าที่สูง เวลาและการทุ่มเทของคุณก็ยิ่งมีราคาที่สูงตามด้วยเช่นกัน&#8221; เอาล่ะ ให้เวลาไปคิดนะครับว่าจะเลือกขายแบบเล็กๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.tsupaman.com/2015/06/7-idea-sale-on-facebook">7 แนวคิด การเลือกสินค้ามาขายบน ‎Facebook‬ และ ‪Internet‬</a> appeared first on <a href="https://www.tsupaman.com">TsupamaN.com</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำหรับนักขายมือใหม่ ที่ยังไม่มีสินค้า หรือยังไม่รู้ว่าจะขายสินค้าอะไรดีใน Facebook และ Internet วันนี้ผมมีบทความดีๆ จากคุณ <strong>Theerapong Panya </strong>มาแนะแนวคิดในการเลือกสินค้าน่าขายให้เป็นหลักพิจารณาก่อน หากเลือกสินค้าถูก และเครื่องมือช่วยทาง‎การตลาด‬ดีๆ แล้วล่ะก็ รายได้จะไปไหน</p>
<p><a href="https://www.tsupaman.com/wp-content/uploads/2015/06/What-sale-01.jpg" data-rel="lightbox-gallery-ZbJ88xt5" data-rl_title="" data-rl_caption="" title=""><img decoding="async" class="aligncenter  wp-image-1610" src="https://www.tsupaman.com/wp-content/uploads/2015/06/What-sale-01.jpg" alt="What-sale-01" width="646" height="355" srcset="https://www.tsupaman.com/wp-content/uploads/2015/06/What-sale-01.jpg 750w, https://www.tsupaman.com/wp-content/uploads/2015/06/What-sale-01-300x165.jpg 300w" sizes="(max-width: 646px) 100vw, 646px" /></a></p>
<p>แต่ก่อนอื่น ก่อนจะไปที่เรื่องสินค้า เรามาเลือกและสำรวจเส้นทางการขายให้ตัวเองก่อนดีกว่าไหมว่า วันนี้เราจะขายแบบ ได้เงินน้อยต่อชิ้นแต่ขายได้เรื่อยๆ หรือ ได้เงินเยอะมากแต่อาจขายได้นานๆ ที</p>
<p>ทั้ง 2 เส้นทางนี้มีวิธีคิดที่ต่างกันครับ บางคนอาจไม่อยากเหนื่อยจุกจิก ชอบแบบตบทีเดียวดังโป๊ะไปเลย แต่บางคนว่างจัด ชอบตบแป่ะๆๆๆๆๆๆ ทั้งวัน ถึงไม่แรงแต่ก็ฟินดี&#8230;   คิดว่าตัวเองชอบแบบไหน ตัดสินใจเลือกได้เลยครับ ไม่ห้าม และไม่มีคำว่าผิด มันอยู่ที่วิธีคิดของคุณครับ</p>
<p>&#8220;ถามว่าจำเป็นต้องเลือกไหม ส่วนตัวผมคิดว่ามีความจำเป็นทีเดียว โดยเฉพาะคนที่ทำงานประจำอยู่ นั่นเพราะความพร้อมและความถนัดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจคร่ำหวอดในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ขายของใหญ่มาโดยตลอด ถ้าวันนึงจะทำอาชีพเสริมด้วยการขายครีมแต้มสิวที่กำไรเพียงหกสิบเจ็ดสิบบาท ต่อหลอด&#8230;ผมมองว่ามันไม่สอดคล้องกับจริตและพฤติกรรม เพราะคุณอาจต้องตอบคำถามยุบยิบๆๆ ทั้งวันเพื่อกำไรเพียงไม่กี่บาท แล้วถ้ามันจุกจิกมากจนส่งผลกระทบต่องานหลักล่ะ? ลองพิจารณาดูสิครับ&#8230;ว่าคุ้มไหม?</p>
<p>ถ้าต้องเอาเวลาว่างมาทำงานเสริม ก็ควรเป็นสิ่งที่มันสอดคล้องและมีมูลค่าเทียบเคียงงานหลักครับ จำไว้นะครับว่ายิ่งงานหลักของคุณมีมูลค่าที่สูง เวลาและการทุ่มเทของคุณก็ยิ่งมีราคาที่สูงตามด้วยเช่นกัน&#8221;</p>
<p>เอาล่ะ ให้เวลาไปคิดนะครับว่าจะเลือกขายแบบเล็กๆ แต่ถี่ หรือ นานๆ ทีแต่คุ้ม&#8230;&#8230;กลับมาที่แนวคิดในการเลือกสินค้าน่าขาย ผมแยกไว้ให้เป็น 6 แนวคิด ซึ่งจะมีทั้ง สินค้าที่จับต้องได้ (Tangible Goods) และ สินค้าที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Goods) ใครถนัดหรือสะดวกอย่างไหน ลองอ่านและตัดสินใจเลือกดูก่อนครับ</p>
<p><b>1. สินค้าในตลาด Need </b></p>
<p>ขอให้พิจารณาคุณสมบัติ 2 ข้อดังนี้ครับ</p>
<ul>
<li>สินค้าที่ใช้แล้วหมดไป ต้องซื้อซ้ำๆ เช่น น้ำหอม, ครีมดูแลผิว, อาหารเสริม, เสื้อผ้าชุดแต่งกาย ฯลฯ</li>
<li>สินค้าสำหรับแก้ไขปัญหา (อาจซื้อซ้ำหรือซื้อครั้งเดียว) เช่น ยาปลูกผม, สเปร์ยแก้กลิ่นเท้า, สมุนไพรเสริมสมรรถภาพทางเพศ, ผลิตภัณฑ์ควบคุมและลดน้ำหนัก, ครีมแต้มสิว, กระเป๋าน้ำร้อน, น้ำมันสกัดธรรมชาติแก้ปัญหาด้านผิวหนัง ฯลฯ</li>
</ul>
<p>อาหารบำรุงสมรรถภาพบุรุษ<br />
ทั้ง นี้สินค้าจะมีข้อใดข้อนึงก็ได้ หรือมีทั้ง 2 ข้อรวมกันยิ่งดีครับ ยิ่งน่าขาย อย่างผม ขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควบคุมน้ำหนัก เป็นสินค้าที่แก้ไขปัญหาแถมทานแล้วหมดไป หมดแล้วก็ต้องทานใหม่ ทำให้ผมมีลูกค้าเก่าที่ซื้อซ้ำอยู่บ่อยๆ คุ้มการลงแรงขายมากครับ</p>
<p><b>2. สินค้าในตลาด Want</b></p>
<ul>
<li>Want หมายถึงความต้องการที่มากกว่าความจำเป็น เอาความชอบเข้าตัดสิน ส่วนใหญ่สินค้าตลาดนี้จะกำไรดีครับ เพราะราคาไม่ได้ถูกกำหนดจากความเหมาะสมด้านต้นทุน แต่ถูกกำหนดด้วยความ Want ของผู้ซื้อ แม้จะขายได้ไม่บ่อยเท่าข้อ 1 แต่ถ้าขายได้ ก็หวานลิ้นดีครับ</li>
</ul>
<p>ตัวอย่าง สินค้าตลาด Want เช่น เครื่องประดับแฟชั่นจากหินต่างๆ บางตลาดขายตามความเชื่อส่วนตัว เช่น หินทิเบต อัญมณีประจำวันเกิด ฯลฯ , เคสไอโฟนแบบพิเศษ, กระเป๋าหนังแท้แฮนเม้ด, ชุดนอนเซ็กซี่, สินค้าประดับสัตว์เลี้ยง, ของสะสมแบบ Full Set ฯลฯ</p>
<p><b>3. สินค้าตามความเชื่อ </b></p>
<ul>
<li>สินค้าข้อนี้เกือบจะทับกรอบกับสินค้าตลาด Want ครับ เพียงแต่เจาะจงกลุ่มลูกค้าให้เล็กลงไปอีกและมีแรงขับในการซื้อที่สูงกว่า ดังนั้น สัดส่วนกำไรจึงสูงจนน่าตกใจ</li>
</ul>
<p>ตัวอย่างสินค้าตามความเชื่อ เช่น เครื่องราง, พระเครื่อง, ของขวัญวันเกิดตามราศี, เสื้อผ้าคู่รัก, สินค้าพิเศษตามเทศกาล (วาเลนไทน์, ปีใหม่, ของฝากญาติผู้ใหญ่), เครื่องประดับหินทิเบต, ชานอก-นำเข้า, เครื่องประดับ-ตกแต่งบ้านตามความเชื่อทางศาสนา ฯลฯ</p>
<p><b>4. ขายบริการเฉพาะอย่าง </b></p>
<ul>
<li>วันนี้ถ้าคุณมีทักษะพิเศษจากการทำงานประจำหรืองานอดิเรก เช่น แปลภาษา, ตัดต่อวีดิโอ, เขียนบทความ, ทำบัญชี ฯลฯ ที่เป็นที่ต้องการของคนอื่น</li>
</ul>
<p>วันนี้ เท่ากับคุณมีบริการเป็นของตัวเอง คุณก็สามารถใช้โมเดลการตลาดของผมหาลูกค้าได้สบายครับ (ลักษณะงาน Freelance) ตัวอย่าง สมัยผมเข้าวงการนี้แรกๆ ผมหารายได้พิเศษด้วยการเขียนบทความครับ บทความสั้นๆ คิดบทความละ 15 บาท ก็ค่อยๆ ทำในเวลาว่าง เขียนเรื่องไหนก็ได้ความรู้เรื่องนั้น ไปๆ มาๆ ก็เปิดเว็บบล็อกเอง เพื่อสร้างรายได้ต่อจากความรู้ที่เข้ามาเรื่อยๆ&#8230;พอจะเห็นแนวทางแล้วนะครับ หรือ&#8230;</p>
<p><b>5. ขาย Information Product</b></p>
<ul>
<li>ข้อนี้เป็นผลผลิตหรือผลสืบเนื่องจากข้อ 4 ครับ คือ เมื่อคุณมีทักษะพิเศษคุณก็เพียงถ่ายทอดมันเป็นความรู้เฉพาะทาง ในรูปแบบ e-Book, Website, Video หรือ จัดพิมพ์ลงหนังสือเอง เพื่อจำหน่ายให้คนที่สนใจจะศึกษา แค่นี้คุณก็มีสินค้าเป็นของตัวเองแล้ว</li>
</ul>
<p>ตัวอย่างเช่น e-Book คอร์สลดน้ำหนัก 10 กิโลกรัมใน 7 วัน, วีดิโอสอนรีทัชภาพด้วย PhotoShop แบบ Step by Step เป็นต้น<br />
<b>6. สินค้าเทคโนโลยี </b></p>
<ul>
<li>ตลาดนี้มักมีความน่าตื่นตาตื่นใจเสมอครับ ส่วนใหญ่จะเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา หรือทำให้ชีวิตง่ายขึ้น เช่น แผ่นประคบร้อนไฟฟ้า (ใช้แทนถุงน้ำร้อน), กล้องวีดิโอติดรถยนต์, กล้องวงจรปิดแบบไร้สาย (ติดตั้งใช้งานผ่าน wi-fi), แบตเตอรี่มือถือสำรอง ฯลฯ สินค้าหมวดนี้มักมีต้นทุนสูง และมีปัญหาสินค้าเสียง่าย ยุ่งยากในการดูแลหลังการขาย&#8230;บางอย่างแม้ขายดีแต่อาจไม่คุ้มขายก็ได้ครับ ต้องพิจารณาดีๆ<b></b></li>
</ul>
<p><b><br />
7. สัตว์เลี้ยง พวกของเล่น หรือ แนวตลกๆ </b></p>
<ul>
<li>ขายได้ดีในโลกออนไลน์ คือ สินค้าของเล่น / เครื่องแต่งกายสัตว์เลี้ยง เช่น ชุดสุนัขแฟนซี หรือ คอนโดแมว</li>
</ul>
<p><strong>7 แนวคิดดีๆ สำหรับพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่</strong> &#8220;หากเลือกสินค้าถูก และเครื่องมือช่วยทาง ‪#‎การตลาด‬ ดีๆ แล้วล่ะก็ รายได้จะไปไหน&#8221; เพื่อนๆ อ่านแล้วมีไฟกันขึ้นมาบ้างหรือป่าวครับ อันนี้เป็นแนวคิด และเทคนิคง่ายๆ หากชอบใจ กด Like กดแชร์ กันด้วยเด้อ</p>
<p>ขอบคุณเครดิตบทความดีๆ จาก <strong><a href="http://www.fanfacemarket.com/" target="_blank">fanfacemarket.com</a> </strong>สอนกลยุทธ์การตลาดออนไลน์เพื่อธุรกิจขนาดเล็ก</p>
<p>The post <a href="https://www.tsupaman.com/2015/06/7-idea-sale-on-facebook">7 แนวคิด การเลือกสินค้ามาขายบน ‎Facebook‬ และ ‪Internet‬</a> appeared first on <a href="https://www.tsupaman.com">TsupamaN.com</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
