ใครที่มีความจำเป็นต้องเดินทางใช้รถใช้ถนนในช่วงฝนตกนี้ อาจจะต้องทำใจกันหน่อย รถจะติดมากกว่าเดิม นอกจากเสียเวลาแล้ว ยังทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้นตามไปด้วยและเรื่องสำคัญคือ ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

car-rainning

ข้อควรรู้ในการใช้รถหน้าฝน

  1. ก่อนออกจากบ้าน ตรวจดูสภาพความพร้อมของที่ปัดน้ำฝน เป็นอันดับแรกว่าใช้ได้หรือเปล่าสำคัญที่สุดเวลาฝนตก
  2. ตรวจดูไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยวไฟกะพริบ ไฟถอยหลัง ว่าใช้การได้ดีทุกอย่างหรือเปล่า ในกรณีฝนตกหนักไฟ เหล่านี้จะเป็นตัวส่งสัญญานให้เราทุกอย่าง
  3. ตรวจดูแบตเตอรี่สม่ำเสมอ โดยการเติมน้ำกลั่นที่หม้อแบต จะมีปุ่มหลายปุ่มหมุนออกดูถ้าแห้งก็เติมได้ น้ำกลั่นหาซื้อได้ที่ ร้านจำหน่ายอะไหล่รถทั่วไปเพราะในเวลากลางคืนพอฝนตกหนัก รถจะใช้กระแสไฟฟ้ามากแบตเตอรี่อาจจะอ่อนลง
  4. ดูสภาพยางรถยนต์ทั้ง 4 เส้นให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานไม่อ่อนและแข็งเกินไป  ถ้าดูที่ดอกยางมันสึกไป แนะนำให้ไปร้านยางถ้าไม่ดีควรเปลี่ยนใหม่ เพราะถนนจะลื่นและถ้ายางไม่ดี รถจะไม่เกาะถนน
  5. ตรวจสอบเบรคด้วยการเหยียบย้ำๆ ดู ว่าเบรคสึกหรือตื้นไปและให้เหยียบย้ำ ๆ มากขึ้นเมื่อพ้นสภาพถนนเปียก เป็นการไล่น้ำออกจากเบรคและให้เกิดความร้อนและมีประสิทธิภาพในการใช้งานต่อไป
  6. ควรขับรถอย่างระมัดระวัง ไม่เร็วเกินไปเนื่องจากเครื่องยนต์ เกิดจากความร้อนเมื่อถูกความเย็นจะทำให้เกิดความร้อนขึ้น มีผลต่อกระแสไฟฟ้าและลัดวงจร เป็นเหตุให้เครื่องยนต์ดับได้
  7. หากรถดับให้เปิดฝากระโปรง หาผ้าแห้ง (ควรมีติดรถ) ซับบริเวณเครื่องยนต์ถ้ามีสารเคมี เพื่อฉีดพ่นเครื่องยนต์ ไล่ความชื้น ได้ด้วยก็จะดี (มีจำหน่ายตามร้านขายอะไหล่)
  8. หากเกิดฝ้าบริเวณกระจกหน้า ให้ใช้ผ้าแห้งเช็ดเป็นระยะ ๆ เพื่อทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่
  9. หากหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ถนนมีน้ำท่วมขังไม่ได้ ให้ปิดเครื่องปรับอากาศชั่วคราว เพราะน้ำอาจจะเข้าไปที่พัดลมเครื่องปรับอากาศ ทำให้เสียได้และพัดลมหม้อน้ำจะตีเอาน้ำที่เข้ารถเป็นละอองปกคลุมในห้องเครื่อง เป็นสาเหตุให้รถดับได้
  10. หากฝนตกหนัก ทัศนวิสัยในการขับขี่ไม่ดี ให้ขับรถออกข้างทาง และไม่ขวางทางการจราจรรอจนกว่าฝนเบาลง เพื่อความปลอดภัยของเราและผู้อื่น ลดการเกิดอุบัติเหตุได้ด้วย

นอกจากจะขับให้ปลอดภัยแล้ว เรามาดูวิธีที่ประหยัดน้ำมันต้อนรับฤดูฝน

1. ตรวจเช็คเครื่องยนต์ให้พร้อมก่อนเดินทาง หากมีความจำเป็นต้องเดินทางช่วงฝนตก ควรตรวจเช็คเครื่องยนต์เป็นพิเศษ เพราะหากรถดับหรือเสีย ขณะการเดินทางจะทำให้เสียเวลาและทำให้การจราจรติดขัดยิ่งขึ้น ทั้งนี้ สิ่งที่ควรได้รับการตรวจเช็คเป็นพิเศษคือ ระดับน้ำกลั่นแบตเตอรี่ เพราะหากน้ำแห้งแบตเตอรี่จะไม่สามารถทำงานได้ โดยผลที่ได้รับคือรถสตาร์ทไม่ติด

2. ตรวจเช็คลมยางและสภาพยางให้ได้มาตรฐาน โดยตรวจเช็คลมยางอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพราะหากลมยางต่ำกว่ามาตรฐาน จะทำให้การขับขี่สิ้นเปลือง
น้ำมัน

3. ตรวจเช็คผ้าเบรค เพราะช่วงหน้าฝนถนนลื่นกว่าปกติ ทำให้ต้องแตะเบรคบ่อยครั้ง โดยผู้ขับขี่ควรสังเกตจากเสียงขณะเบรค หรือเบรคแล้วรถไม่หยุดในระยะปกติ

4. ตรวจเช็คความเร็ว หากใช้ความเร็วสูงเกิน 90 กิโลเมตร/ชั่วโมงในขณะขับรถจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันประมาณร้อยละ 10-25 ดังนั้นควร ขับรถความเร็วที่ระดับ 80-90 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพื่อลดอุบัติเหตุและช่วยประหยัดน้ำมัน

ยังมีอีกหลายปัจจัยที่จะทำให้เราได้รับทั้งความปลอดภัยและประหยัดน้ำมันในการเดินทางครับ ยิ่งสมัยนี้ คนใช้รถใช้ถนนมีมากขึ้นทุกวัน การมีสติและน้ำใจให้กัน จะช่วยให้หลายๆ อย่างง่ายและสะดวกขึ้นครับ

Comments